บล็อกเชน – Blockchain คืออะไร? สำคัญอย่างไร?

เมื่อเอ่ยถึง ครั้งแรกกับ wordpress ซึ่งยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจ และ จากบทความที่แล้ว ที่เราพูดถึง บิทคอยน์ คือ อะไร? คราวนี้ก็มาถึงเรื่องราวของบล็อกเชนกันบ้าง เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งคำที่หลายๆคนยังสงสัยกันอยู่ว่ามันคืออะไร? งั้นเราไปดูกันครับ

บล็อกเชน – Blockchain คืออะไร?

สำหรับ คำว่า บล็อกเชน – Blockchain ถ้าเราแยกคำออกมาจะได้เป็น Block (บล็อค)-คำนาม คือ ท่อนไม้ ก้อนหิน หรือ สิ่งกีดขวาง เหมือนอิฐบล็อกนั่นแหล่ะครับ ถ้า Block เป็นคำกิริยา จะหมายถึง การปิดกั้น, การป้องกัน, การกีดขวาง ส่วน Chain – เชน หมายถึง โซ่, โช่ตรวน, เครื่องพันธนาการ ผูกมัด ดังนั้น คำว่า บล็อกเชน – Blockchain หมายถึง บล็อกที่เข้ารหัสความปลอดภัยไว้แล้วนำมาเรียงต่อๆกันไปเรื่อยๆเหมือนโซ่นั่นเอง

สรุป! บล็อกเชน – Blockchain คือ การจัดเก็บข้อมูล (data) แบบหนึ่ง ที่เก็บเป็นส่วนๆ (block) และ นำข้อมูลที่จัดเก็บมาร้อยต่อเรียงกันไป จาก 1 ไป 2,3,4,5 ไปเรื่อยๆ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ให้นึกถึงโซ่ที่แต่ละข้อนั้นคล้องต่อกันไปเรื่อยๆ (Chain) นั่นเอง การจัดเก็บข้อมูลนั้น จะใช้วิธีการเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัย จึงทำให้รู้ว่าข้อมูลนั้นถูกสร้างและจัดเก็บไว้เมื่อไหร่ มีการแก้ไขข้อมูลหรือเปล่า? โดยข้อมูลทั้งหมดที่สร้างขึ้น จะถูกส่งไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์, มือถือ, โน้ตบุ๊คทุกเครื่อง ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าใช้อุปกรณ์อะไรในการทำธุรกรรม (เหมือนเป็นสำเนา) ที่อยู่ในเครือข่ายของ Blockchain

บล็อกเชน – Blockchain สำคัญอย่างไร?

ความสำคัญของ บล็อกเชน – Blockchain คือ ใครก็สามารถใช้ได้ ขอให้มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องความปลอดภัย Blockchain นั้น นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในปัจจุบัน หากมีผู้ประสงค์ร้าย หรือ แฮกเกอร์ ต้องการที่จะแฮกฯ หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่า ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้นั้น จะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์, มือถือ โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ (เรียกรวมๆว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อแล้วกัน) ทุกๆเครื่องที่อยู่ในเครือข่าย ดังนั้นทุกคนที่เป็นผู้ที่ร่วมใช้ Blockchain สร้างข้อมูลชุดนั้นขึ้นมา ก็จะมีสำเนาหรือข้อมูลชุดนั้นทั้งหมดเหมือนกันทุกคน และ ถ้าหากมีใครคนหนึ่งแก้ไขข้อมูลในส่วนไหน ทุกคนก็จะรู้ทันทีว่า คนที่แก้ไขข้อมูลนั้นเป็นใคร เพราะการแก้ข้อมูลส่วนตัวเพียงคนเดียวมันก็จะได้ข้อมูลใหม่ ซึ่งข้อมูลใหม่นั้น จะไม่ตรงกับข้อมูลเดิมเหมือนที่ทุกๆคนมีอยู่ ถ้าจะแฮกฯก็ต้องเข้าไปแก้ที่อุปกรณ์เชื่อมต่อของทุกๆคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งตรงนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อแต่ละเครื่องที่ใช้นั้นอยู่ส่วนไหนของโลก เพราะขอแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้บล็อกเชนได้แล้ว

คู่มือการลงทุน: จาก Bitcoin สู่การลงทุนยุคใหม่ในสินทรัพย์ดิจิทัล

ระบบบล็อกเชน – Blockchain ดียังไง?

ระบบ Blockchain นั้นเป็นระบบที่ไม่มีตัวกลาง (Decentralized) และเป็นการกระจายออกจากศูนย์กลาง ต่างจากระบบรวมศูนย์กลาง (Centralized) ที่จะมีตัวกลาง ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือระบบธนาคารที่พวกเราใช้ในทุกวันนี้ ปกติเวลาเราเปิดบัญชีธนาคาร ธนาคารจะเป็นคนคอยดูแลบัญชีธนาคารของเรารวมถึงของทุกๆคน (มีสิทธิ์ขาดที่จะบอกว่าธุรกรรมใดบ้างที่ถูกหรือผิด) นอกจากนั้น หากเราต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ เราอาจจะต้องเสียค่าส่วนต่างของเรทตามจำนวนที่แพงเหมือนศูนย์รับแลกเงิน แถมยังต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนที่ไม่จำเป็นอีก และ ที่สำคัญการโอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารยังต้องใช้เวลาตั้งแต่ 1–3 วัน นี่ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เร็วที่สุดแล้ว

การโอนเงินไปต่างประเทศบนระบบบล็อกเชนด้วย คริปโตเคอเรนซี่ จะมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เนื่องจากคริปโตฯไม่มีตัวกลางทำให้การใช้จ่ายค่าเรทที่ไม่จำเป็นหายไป เรามีเพียงแค่มือถือก็สามารถโอนหากันได้ทั่วโลกภายในระยะเวลา ไม่เกิน 30 นาที (บางเหรียญสามารถทำธุรกรรมได้ภายในระดับวินาที) และหลายๆที่ เริ่มรับคริปโตฯในการรับชำระค่าใช้จ่ายแล้ว หากร้านค้าไม่รับสกุลเงินดิจิทัล ท่านเพียงแค่นำเงินดิจิทัลไปแลกใน Exchange ที่ต่างประเทศโดยเสียค่าธรรมเนียมอันน้อยนิดก็จะตัดปัญหานี้ทิ้งไปได้ทันที

นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ระบบ บล็อกเชน นั้นดียังไง อย่างที่เราได้ยินกันอยู่เสมอว่า การมาของ บล็อกเชน และ คริปโทเคอร์เรนซี่ นั้น ทำให้โลกเราเข้าสู่โลกแห่งยุคดิจิทัลไปแล้วนั้น มันชัดเจนจริงๆ

admin

บทความ How to ข่าวสารวงการคริปโต ไอที ไลฟ์สไตล์

Related Posts