คนสมัยก่อน-เด็กสมัยนี้

คนสมัยก่อน…กับ…เด็กสมัยนี้… จริงหรือ? ที่ความแตกต่างไม่มีวันบรรจบกันได้

LifeStyle
แชร์เลย

เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จึงมีคำพูดขึ้นมา 2 ประโยค คือ “เด็กสมัยนี้ ทำไมคิด? ทำไมทำแบบนี้กันนะ” และ “คนสมัยก่อนนี่ความคิดล้าหลังชะมัด ตอนนี้โลกเค้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว” นี่เป็นความคิดของคนทั้งสองยุคที่ใช้คตำพูดฟาดฟันกันมาตลอด ต่างคนต่างมีความคิด และความเชื่อของตัวเอง ซึ่งน่าจะจริงที่ว่าเด็กสมัยนี้กับคนสมัยก่อนเข้ากันได้ยากขึ้นทุกที ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะความคิดที่แตกต่างกันนั่นเอง

pensive grandmother with granddaughter having interesting conversation while cooking together in light modern kitchen
Photo by Andrea Piacquadio on Pexels.com

คนสมัยก่อน…คือ สมัยไหน?

ถ้าจะให้นิยามของ “คนสมัยก่อน” ก็คือ ผู้ใหญ่สมัยนี้หรือคนที่โตมาในยุคที่เทคโนโลยียังไม่มีบทบาทมากมายเหมือนปัจจุบัน เทียบง่ายๆก็คือคนที่อายุเลย 30 ไปแล้วนั่นแหละ… คุณคือคนสมัยก่อน ซึ่งลักษณะเฉพาะก็คือคนที่คาบเกี่ยวระหว่างสองยุค ตามทันเทคโนโยี แต่ก็มีโมเมนต์แบบ เขียนจดหมาย ฟังเทปคาสเซ็ต ใช้เพจเจอร์ และมีความคิดแบบคนหัวเก่าหลงเหลืออยู่บ้าง และสิ่งที่ฝังอยู่ในหัวของคนสมัยก่อนก็คือ “ความเชื่อ” ที่ส่งต่อกันมาหลายๆ รุ่น และความเชื่อเหล่านี้มักไม่มีอะไรมาหักล้างได้ ต่อให้มีสักล้านเหตุผลมาขัดแย้ง ถ้าคนสมัยก่อนเชื่ออะไรแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง

เด็กสมัยนี้…เป็นแบบไหน?

ภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

เด็กสมัยนี้เป็นคำเรียกเด็กยุคใหม่ มีบ้างที่เป็นคนเรียกในเชิงบวก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะถูกพูดถึงในเชิงลบมากกกว่า เพราะพฤติกรรมและความคิดของเด็กสมัยนี้มักทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกเอือมระอา คำว่า “เด็กสมัยนี้” ไม่ได้เป็นคำที่ใช้กันเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกก็นิยามกันอย่างกว้างขวาง โดยภาษาอังกฤษใช้คำซึ่งแปลได้อย่างตรงตัวว่า “Kids these days”

เด็กสมัยนี้เป็นยังไง? เบื้องต้นไม่มีระบุชัดเจนว่าเป็นคนยังไง อายุเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ หรือมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือการแสดงออกถึงพฤติกรรมต่างๆ เช่น เด็กใัยนี้ไม่ค่อยอดทน หรือ เด็กสมัยนี้กร้าวร้าว ไม่เคารพผู้ใหญ่ ฯลฯ เพราะเด็กสมัยนี้เติบโตมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการแสดงออกทางความคิด ทำให้มีวิธีคิดที่แตกต่างออกไป คนสมัยก่อนนั้นจะเชื่อในสิ่งที่พ่อแม่หรือบรรพบุรุษส่งต่อกันมา เต่เด็กสมัยนี้จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในเหตุและผลมากกว่าที่เชื่อจากความคิดหรืออะไรที่ส่งต่อกันมาจากคนรุ่นก่อน

บทความแนะนำ

รู้หรือไม่? คำว่า “Update” เขียนเป็นภาษาไทยยังไง ถึงจะถูกต้องที่สุด ระหว่าง “อัปเดต” หรือ “อัพเดท”

UFO ลึกลับ ตกจากฟ้าใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพม่า

ตะลึง! เมื่อมีผู้ถ่ายคลิปวีดีโอ​ “มังกร​”กำลัง​บินอยู่เหนือภูเขาในประเทศจีน

ถ้าถามกันตรงๆ ว่าความต่างสร้างความแตกแยกหรือไม่?

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ความต่างสร้างความแตกแยกได้เสมอ เพราะ คนที่ไม่คิด ไม่ทำ และไม่เหมือนเรา มักจะถูกหาว่าไม่เข้าพวก นับประสาอะไรกับคนที่เกิดกันคนละยุค ยังไงก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว ทั้งเรื่องอายุ ความคิด ทัศนคติ และการใช้ชีวิต ซึ่งมันก็คือความหลากหลายในสังคม แล้วอะไรบ้างที่คนสองยุคนี้ต่างกันจนนำไปสู่ความแตกแยกได้

woman in white t shirt holding brown wooden board
Photo by Lina Kivaka on Pexels.com
  1. ความคิด และวิธีคิด คนเราทุกคนมีสิทธิ์คิดต่าง แต่เด็กสมัยนี้ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าสิ่งที่คนสมัยก่อนเชื่อมาตลอดนั่นคือ สิ่งที่ผิด และ คนสมัยก่อนก็ไม่ควรไปดูแคลนความคิดของเด็กสมัยนี้ ถึงเม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือเกิดในยุคสมัยไหน ความต่างไม่ใช่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและเชื่อมันในสิ่งที่คิดบนพื้นฐานของความถูกต้อง
  2. การใช้ชีวิต สิ่งที่แน่นอนที่สุดและเห็นได้ชัดคือ คนสองยุคไม่มีทางที่จะใช้ชีวิตได้เหมือนกัน คนสมัยก่อนอาจโตมาพร้อมความยากลำบาก ในขณะที่เด็กสมัยนี้ได้หลายๆ อย่างมาอย่างง่ายดาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเค้า เพราะด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อะไรๆ ก็ก้าวหน้าไปหมด จากเดิมที่สังคมไทยเป็นแบบครอบครัวใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้เด็กสมัยนี้ไม่ได้อยากอยอยู่เป็นครอบครัวอีกต่อไป เค้าอยากมีชีวิตของเค้าเอง ในแบบที่เค้าเลือกเองได้ นั่นก็ไม่ถือว่าผิด
  3. ประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างกันอย่างแน่นอน คนสมัยก่อนมักใช้คำว่า “อาบน้ำร้อนมาก่อน” มีประสบการณ์การใช้ชีวิตมากกว่า แต่…ใช่ว่าจะมีประการณ์มากกว่าเสมอไป ซึ่งในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีบทเรียนชีวิตต่างๆ ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวย การขวนขวายหาสิ่งที่มีประสิทธิภาพก็ทำให้มีประสบการณ์มากกว่าได้ ซึ่งประโยคที่ว่า “ฉันอาบน้ำร้อนมาก่่อน ต้องเชื่อฉันสิ” มันคงใช้ไม่ได้กับเด็กสมัยนี้แล้ว และสิ่งที่ทำได้อยู่ห่างๆ ก็คือ การให้กำลังใจ และปล่อยให้เค้าได้เรียนรู่้ถึงความผิดพลาดด้วยตัวเอง นั่นแหละจึงจะเรียกว่า “ประสบการณ์”
คนสมัยก่อน-เด็กสมัยนี้
ภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay

โลกเราตอนนี้เปลี่ยนไปทุกวัน เรามีหน้าที่ที่จะต้องเปลี่ยนไปตามโลก ไม่ว่าจะเป็นคนในยุคไหน สมัยไหน คนเราก็แตกต่างกันทั้งนั้น เราจึงต้องยอมรับความต่างที่มันเกิดขึ้น และใช้ชีวิตและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพียงเท่านี้ชีวิตในแต่ละวันก็คงสงบสุขได้ หากคนเรายอมรับซึ่งกันและกัน


แชร์เลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น