บทสวดเมตตัญจะ สัพพะโล วัดท่าซุง “กรณียเมตตสูตร” พร้อมคำแปล

บทสวดเมตตัญจะ-สัพพะโล-กรณียเมตตสูตร-คำแปล

“กรณียเมตตสูตร” บทสวดเมตตัญจะ สัพพะโล วัดท่าซุง พร้อมคำแปล

“มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ”

ที่มาของบทสวดนี้ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก คาถาเทวดาคุ้มครอง สวดประจำ ชีวิตดีขึ้นทันที

จากพิษเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ด หลายๆครอบครับต้องตกงาน รายได้ไม่พอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เกิดภาวะตรึงเครียด ก็ต้องพยายามกัดฟันดิ้นรนกันไป คนที่ทำงานประจำก็ต้องหา รายได้เสริม หาอาชีพเสริมอื่นๆทำ เช่น ขายหมูปิ้ง-หมูย่าง ไม้ละ 5 บาท หรือไม่ก็ขายของออนไลน์กันไป เพื่อที่จะทำให้รายได้มันพอใช้นั่นเอง

ฟังธรรมะ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จนพบบทสวด

เมื่อหลายคืนก่อนผมก็นอนไม่ค่อยหลับ ด้วยผลพวงจากเศรษฐกิจที่กล่าวมา เหลือเงินอยู่ติดบ้านไม่กี่ร้อย จะทำยังไงต่อดี ถึงจะมีเงินเข้ามาเพื่อประคองครอบครัวกันต่อไป? จึงเปิด Youtube หาธรรมมะของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฟังเพื่อให้จิตใจสงบ จะได้หลับสบายๆ ฟังไปเรื่อยๆก็ไปเจอท่านพูดแนะนำญาติ-โยม ที่ถามท่านว่า ในบ้านมีสมาชิกในครอบครับคนหนึ่งผูกคอตาย หลังจากนั้นทำกิจการงานการอะไรก็ไม่สำเร็จ ลูกหลาน และ คนในบ้านต่างก็พากันหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าอยู่บ้านหลังนั้น ทั้งๆที่เป็นมรดกตกทอดมาหลายยุคหลายสมัย หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านก็แนะนำให้สวดมนต์ด้วย กรณียเมตตสูตร คาถาเทวดาคุ้มครอง ท่านบอกว่าให้สวดเป็นประจำ “ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวสิ่งดีๆก็จะตามมาเอง” ท่านบอกอีกด้วยว่า ถ้าคาถายาวไปให้ เริ่มสวดตรงคำที่ขึ้นต้นด้วย ***เมตตัญจะ…ไปจนจบ*** ก็เพียงพอแล้ว

เรื่องจริงที่อยากเผยแผ่ พระคาถาบทนี้

พอผมได้ฟังดังนั้นก็เริ่มหาข้อมูลถึง บทสวดเมตตัญจะ สัพพะโล กรณียเมตตสูตร นี้ ทันที หลังจากนั้น วันถัดมาก็เริ่มสวดมนต์ด้วยพระคาถาบทนี้ทันที วันที่ 2 (วันนั้นตรงกับวันพระพอดี พอผมถวายข้าวพระพุทธ น้ำ และ จุดธูปเทียวถวายแล้ว) ผมก็สวดมนต์ด้วยพระคาถานี้อีก (ผมตั้งใจว่าจะสวดก่อนนอนทุกคืน) แต่! ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผมสวดมนต์จนเสร็จ ออกจากห้องพระแล้ว อยู่ๆก็มีเสียง Messenger ของ Facebook ดังขึ้น ลูกค้าสั่งซื้อของจากผมทางแชทบ๊อกเป็นเงินกว่า 7 พัน แถมโอนให้ทันทีเลย (ผมนี่ถึงกับอึ้งไปเลย เพราะลูกค้าคนนี้ทักมาตั้งแต่ช่วงเช้า คุยกันอยู่ประมาณ 5 นาที (ทางแชท) ผมเสนอสินค้าไปหลายอย่าง แต่ดูท่าทางเค้าไม่สนใจ ก่อนที่จะเงียบหายไป เพราะข้อความส่วนท้ายที่ผมส่งไปเค้าไม่เปิดอ่านอีกเลย) พอตกค่ำอยู่ๆก็สั่งซื้อพร้อมโอนเงินให้ทันที ผมก็ดีใจมาก เพราะ “จากที่เหลือเงินไม่กี่ร้อย ก็ปรากฎว่ามีเงินเข้ามาต่ออายุไปได้อีกเป็นเดือน” จึงอยากจะเผยแพร๋ พระคาถาบทนี้ ให้เพื่อนๆได้นำไปสวนมนต์กันครับ

กรณียเมตตสูตร คาถาเทวดาคุ้มครอง แผ่เมตตาให้สัพสัตว์ทั้งหลาย

บทสวดเมตตัญจะ-สัพพะโล-กรณียเมตตสูตร-คำแปล
บทสวดเมตตัญจะ สัพพะโล วัดท่าซุง “กรณียเมตตสูตร
  • กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
  • สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
  • สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
  • สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
  • นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
  • สุขิโน วา เขมิโน โหตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
  • เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
  • ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิยา รัสสะกา อะณุกะถูลา
  • ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
  • ภูตา วา สัมภะเวสี วา สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
  • นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
  • พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
  • มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
  • เอวัมปิ สัพพะภุเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
  • ***เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ***

บทสวดเมตตัญจะ สัพพะโล ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ท่านให้สวดเป็นประจำ

กรณียเมตตสูตร-เมตตัญจะ
กรณียเมตตสูตร บทเมตตัญจะ

บทแปล

พระคาถากรณียเมตตสูตร แปลได้ดังนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้ตรัสพระคาถาบทนี้แก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ผู้ฉลาดที่หวังบรรลุธรรม ควรมีความเพียร เป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง เคร่งครัด ว่าง่าย อ่อนโยน และไม่เย่อหยิ่ง ควรเป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย มีปัญญารักษาตน ไม่คะนอง ไม่ยึดติดในตระกูลทั้งหลาย ไม่ควรประพฤติความเสียหายใดๆ ที่จะเป็นเหตุให้ผู้อื่นตำหนิเอาได้”

“ควรแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีรูปกายหรือขนาดกายเช่นไร ก็ให้มีแต่ความสุข ไม่ว่าจะเป็นเหล่าสัตว์ที่อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ภูตผีหรือสัมภเวสีทั้งหลาย ขอให้สัตว์เหล่านั้นเป็นสุขเถิด ไม่ควรข่มเหง และไม่ควรดูหมิ่นกันในทุกโอกาส ไม่ปรารถนาทุกข์แก่กัน ไม่โกรธ ไม่แค้น ควรแผ่เมตตาจิตอย่างไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้เหมือนมารดาที่เฝ้าถนอมบุตรด้วยชีวิต”

“ผู้แผ่เมตตาก็ควรครองสติไว้ตลอดเวลา อยู่ด้วยเมตตา อยู่ด้วยพรหมวิหาร ไม่ยึดถือทิฏฐิ มีศีล ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ กําจัดความยินดีในกามคุณได้แล้ว ก็จะไม่เกิดในครรภ์อีกต่อไป”

ถ้าเราดูเฉพาะคำแปลของ “กรณียเมตตสูตร” เราจะเห็นได้ชัดว่า พระคาถาบทนี้ จะเป็นคาถาที่แผ่เมตตาให้กับทุกสรรพสิ่ง สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีรูปกายหรือขนาดกายเช่นไร ก็ขอให้มีความสุข ไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน และ ให้ยึดถือ ยึดมั่นในคุณงามความดี เพื่อให้บรรลุถึงนิพพาน จะได้ไม่กับมาเกิดในครรภ์อีกต่อไป สรุปสั้นๆ ก็คือ “จะได้ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปนั่นเอง”

ประวัติพระคาถาบทนี้ในพระไตรปิฏก

พระคาถาบทนี้ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ในครั้งนั้นพระพุทธเจ้าได้สอนพระกรรมฐานแก่พระภิกษุราว 500 รูปในป่า หลังที่พระภิกษุได้เรียนรู้จากพระพุทธเจ้าแล้ว พระภิกษุทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันไปเจริญกรรมฐานตามใต้ต้นไม้ภายในป่าหิมวันต์นั้น

รุกขเทวดาที่สถิตอยู่ตามต้นไม้ ก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เนื่องจากเห็นพระภิกษุจำนวนมาก มานั่งบำเพ็ญเพียรภาวนา โดยทางฝ่ายรุกขเทวดาคิดว่าภิกษุเหล่านี้ จะต้องมานั่งทำสมาธิเป็นเวลานาน ทำให้พวกตนลำบาก จึงรวมตัวกันหลอกหลอนพระภิกษุ ด้วยการจำแลงแปงกายเป็นสิ่งต่างๆ รวมถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ให้น่ากลัว เพื่อที่จะขับไล่พระภิกษุเหล่านั้นนั่นเอง

ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ เพราะเหล่าพระภิกษุทั้งหลาย โดนก่อกวนอย่างหนัก จนหาความสงบไม่ได้ จึงพากันเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วเล่าให้ท่านฟังถึงเรื่องราวทั้งหมด พระองค์จึงตรัสพระคาถากรณียเมตตสูตร ให้กับพระภิกษุทั้งหมด แล้วให้ภิกษุทั้งหลายกลับไปทำพระกรรมฐานตามเดิมพร้อมกับสวดพระคาถาบทนี้ เพื่อเป็นการเจริญเมตตาให้แก่รุกขเทวดา รวมถึงมารผจญทั้งหลาย เมื่อรุกขเทวดาได้รับฟัง บทสวดกรณียเมตตสูตร แล้ว ก็มีจิตใจที่อ่อนโยน ร่วมอนุโมทนา และ คุ้มครองภัยให้เหล่าภิกษุทั้งหลาย จนสามารถบรรลุพระกรรมฐานได้ทั้งหมด

สวดมนต์ นั่งสมาธิ

ในพระพุทธศาสนาเรานั้น มีพระคาถาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น คาถา ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก คาถาชินบัญชร ฯลฯ ยามใดที่จิตใจไม่สงบ ร้อนรุ่ม คิดมาก เครียด หาทางออกไม่เจอ ยิ่งคิดยิ่งเครียด ลองหันหน้าเข้าหาพระพุทธศาสนา ทำบุญ ตักบาตร ยึดองค์พระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง เอาธรรมะเป็นที่พึ่ง หากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกที่จะไปวัด ก่อนนอน แนะนำ หนังสือสวดมนต์ เจริญภาวนา หรือ ทำสมาธิ จะช่วยให้สมองเราปลอดโปร่ง จิตใจสบงขึ้น แล้วสิ่งดีๆก็จะตามมาเองครับ

“หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง”

ดังคำที่ สมเด็จพระพุทธจารย์ โต พรหม รังสี ท่านกล่าวเอาไว้ว่า “ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว…เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว…แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง… จงจำไว้นะ… เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้… ครั้นเมื่อถึงเวลา… ทั้วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่… จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลยจะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”